บทที่ 6 เมียบำเรอล้างหนี้ EP6

เพียะ!

ฝ่ามือบางฟาดลงบนแก้มซ้ายของเมธาอย่างแรงจนหน้าหัน ดารินมองสามีด้วยความผิดหวังอย่างถึงที่สุด

“นี่คุณยังกล้าพูดคำนี้ออกมาอีกเหรอ คุณจะให้ฉันบากหน้ากลับไปบอกพ่อแม่ว่าสามีที่ฉันเลือก เอาสมบัติทุกชิ้นไปถลุงในบ่อนจนหมดเนื้อหมดตัว แล้วขอพึ่งใบบุญท่านงั้นเหรอ คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าคุณเคยพูดอวดดีกับพวกท่านไว้ว่ายังไง ว่าจะไม่มีวันทำให้ฉันลำบาก จะไม่กลับไปเหยียบย่ำบ้านหลังนั้นอีกแม้จะต้องอดตาย”

“ดาริน...ผม”

“ขอฉันอยู่คนเดียว ฉันขอเวลาทำใจกับความฉิบหายที่คุณก่อขึ้น” ดารินหมุนตัวเดินหนีไปตามทางเท้าอย่างรวดเร็ว นางไม่อยากเห็นหน้าผู้ชายคนนี้แม้แต่วินาทีเดียว

“ดาริน ที่รักจะไปไหน รอผมด้วย” เมธาทำท่าจะวิ่งตาม

“อย่าตามฉันมา ถ้าคุณยังมีความเป็นคนเหลืออยู่บ้าง ก็ปล่อยให้ฉันได้อยู่เงียบๆ คนเดียว” ดารินตวาดเสียงกร้าวโดยไม่หันกลับมามอง

เมธาได้แต่ยืนชะงัก ขาของเขาก้าวไม่ออก ได้แต่มองแผ่นหลังของภรรยาที่ค่อยๆ ห่างออกไปจนลับสายตาด้วยหัวใจที่แตกสลาย เขาตระหนักแล้วว่าหายนะที่แท้จริงไม่ใช่การสูญเสียทรัพย์สิน แต่มันคือการสูญเสียครอบครัวที่เขารักที่สุดไปตลอดกาล

ชายวัยกลางคนทรุดตัวลงนั่งบนฟุตพาท ทึ้งหัวตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะเงยหน้ามองกลับเข้าไปยังตัวบ้าน เขาตัดสินใจแล้วว่าจะปักหลักรออยู่ที่นี่ รอจนกว่าเจ้านาย ของพวกมันจะเดินทางมาถึง เขาจะต้องก้มหัวคุกเข่าอ้อนวอน ขอความเมตตาเพื่อประนอมหนี้ให้จงได้

เวลาล่วงเลยผ่านไปราวสามชั่วโมง

รถยุโรปคันหรูสีดำขลับเงาวับจนสะท้อนแสงแดดยามเย็นราวกับกระจก เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ เข้ามาภายในหมู่บ้านแกรนด์เฮาส์ ก่อนจะมาจอดเทียบสนิทที่หน้าประตูรั้วอัลลอยด์สีเหลืองทองของบ้านเดี่ยวสองชั้นหลังที่เกิดเหตุ

ประตูรถฝั่งข้างคนขับถูกเปิดออกโดยชายชุดดำรูปร่างกำยำ เขาเดินอ้อมมาเปิดประตูหลังด้านซ้ายอย่างนอบน้อม เพื่อเชิญให้บุคคลระดับวีไอพีที่อยู่ด้านในก้าวลงมา

รองเท้าหนังขัดมันแบรนด์เนมเหยียบลงบนพื้นคอนกรีต ตามด้วยร่างสูงตระหง่านกว่า หนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรในชุดสูทสั่งตัดแบรนด์อาร์มานีสีดำสนิท อดิกุล ก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าสง่างามและทรงอำนาจ นิ้วเรียวยาวขยับจัดปมเนกไทเล็กน้อย ก่อนจะบิดลำคอขับไล่ความเมื่อยขบจากการต้องทนเผชิญกับการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพมหานคร

ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพบุตรถูกบดบังด้วยแว่นตากันแดดสีดำสนิท ทว่ารังสีความเย็นชาและอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมารอบตัว กลับทำให้บรรยากาศบริเวณนั้นดูอึดอัดและหนาวเหน็บขึ้นมาถนัดตา

“เชิญด้านในครับนาย”

เข้มที่ออกมายืนรอรับหน้าประตูรีบโค้งศีรษะทำความเคารพ ก่อนจะผายมือเชิญผู้เป็นนายให้ก้าวเข้าไปในอาณาเขตบ้าน ซึ่งบัดนี้ลูกน้องได้ทำการเก็บกวาดและปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์บางส่วนให้เป็นโทนสีดำ-เทา ตามรสนิยมของเจ้านายเรียบร้อยแล้วภายในเวลาอันจำกัด

อดิกุลพยักหน้ารับเรียบๆ นัยน์ตาคมกริบภายใต้แว่นดำกวาดมองตัวบ้านสีขาวด้วยความรู้สึกเฉยชา มันเป็นเพียงบ้านเดี่ยวขนาดกลางที่ดูคับแคบไปถนัดตาเมื่อเทียบกับเพนต์เฮาส์หรูที่เขาเพิ่งจากมา แต่กระนั้น ความเงียบสงบของมันก็ตอบโจทย์ความต้องการของเขาในเวลานี้ได้อย่างดีเยี่ยม ในการใช้เป็นหลุมหลบภัยจากสายสืบของบิดาบุญธรรม

ทว่า...ก้าวเท้าเข้าไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงแหบโหยของใครบางคนที่คุ้นหูก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน

“คุณอิฐ คุณอิฐครับ ได้โปรดเมตตาผมด้วย”

เมธาที่แอบซุ่มรออยู่หลังต้นไม้ใหญ่ริมถนน รีบถลันตัวออกมาหมายจะวิ่งเข้าไปคุกเข่าแทบเท้าเจ้าหนี้ ทว่ายังไม่ทันจะได้เข้าใกล้ในระยะห้าเมตร ชายชุดดำสองคนก็ปรี่เข้ามารวบตัวและล็อกแขนอดีตเจ้าของบ้านไว้แน่น

อดิกุลชะงักฝีเท้า ร่างสูงค่อยๆ หันกลับมามองตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องเสียเวลาอันมีค่า ริมฝีปากหยักลึกกระตุกยิ้มเหยียดหยามที่มุมปาก เขามองเมธาที่สภาพสะบักสะบอม หัวแตก ปากเจ่อ ราวกับกำลังมองดูขยะเปียกชิ้นหนึ่งที่ไร้ค่า

“คุณอิฐ ผมอยากจะขอเจรจาเรื่องหนี้สินของผม ได้โปรดให้โอกาสผมสักครั้งเถอะครับ” เมธาพยายามตะเบ็งเสียงดิ้นรน

“กลับไปซะ” เข้มตวาดลั่น “นายกูไม่มีเวลามาเสวนากับผีพนันอย่างมึง”

“ไม่ ฉันต้องได้คุยกับคุณอิฐ คุณอิฐครับ ผมขอร้อง”

เมธาไม่ยอมลดละความพยายาม ถ้าเขาพลาดโอกาสนี้ ครอบครัวของเขาจะต้องพินาศย่อยยับ เขาต้องดิ้นรนเฮือกสุดท้ายเพื่อปกป้องอนาคตของลูกสาว

อดิกุลมองภาพการดิ้นรนอันน่าสมเพชนั้นด้วยความสมเพชปนรำคาญใจ แต่ความอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะเอาข้อเสนอสวะๆ อะไรมาแลกเปลี่ยน ทำให้เขาเปลี่ยนใจ

“ปล่อยมัน ให้ตามเข้ามา”

น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาเอ่ยสั่งลูกน้อง ก่อนที่ร่างสูงจะหันกลับและเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้าไปภายในตัวบ้านอย่างสง่างาม โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองลูกหนี้อีก

เมธาแทบจะทรุดลงกราบด้วยความดีใจ เขารีบลุกขึ้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า แล้วเดินตามหลังกลุ่มชายชุดดำเข้าไปในอดีตบ้านของตนเองอย่างรวดเร็ว

เมื่อก้าวพ้นประตูห้องรับแขก เมธาก็ต้องใจหายวาบ เฟอร์นิเจอร์หรูหราที่เขาและภรรยาช่วยกันเลือกซื้อ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยชุดโซฟาหนังแท้สีดำขลับ ทีวีและตู้โชว์ถูกเปลี่ยนเป็นแบบโมเดิร์นสีเทาเข้ม บรรยากาศอบอุ่นที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความกดดันและน่าเกรงขามที่แผ่ซ่านมาจากตัวชายหนุ่มที่ทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาตัวยาว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป